Monday, 4 December 2023
ECONBIZ

กระทรวงพลังงาน จับมือ ปตท.  ร่วมเป็นเจ้าภาพงาน Future Energy Asia 2023  ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงาน และยานยนต์ ระดับภูมิภาคเอเชีย

ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการและการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงทางพลังงานระดับภูมิภาค Future Energy Asia 2023 โดยมีนายประสงค์ อินทรหนองไผ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ร่วมกล่าวปาฐกถาเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) คาดการณ์สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม กลุ่ม ปตท. ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเตรียมพร้อมรับความท้าทาย ตามวิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond” มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน สู่การดำเนินธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต อาทิ การลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจไฮโดรเจน รวมถึงเร่งการดำเนินงานในธุรกิจ LNG ที่จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานอีกด้วย

เริ่มแล้ว!! 'งานชมพู่หวานและของดีอำเภอคลองหาด' ส่งเสริมอาชีพ-สร้างรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

(สระแก้ว) ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดงานชมพู่หวานและของดีอำเภอคลองหาด ครั้งที่ 24 จัดขึ้นที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันที่ 6-15 กุมภาพันธ์ 2566 นี้

(8 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เดินทางไปเปิดงานชมพู่หวานและของดีอำเภอคลองหาด ครั้งที่ 24 พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรการประกวดผลผลิตทางการเกษตร โดยการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 6-15 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ เช่น การประกวดผลผลิตทางการเกษตร การประกวดเทพีชมพู่หวาน (ดาวค้างฟ้า)

สำหรับงานชมพู่หวานและของดีอำเภอคลองหาด ครั้งที่ 24 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งเพิ่มพูนรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในพื้นที่ โดยเฉพาะชมพู่และลำไย ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอคลองหาด อีกทั้งเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่น สร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับเกษตรกร ในทุกหมู่บ้านและชุมชน จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ได้มาเที่ยวชมงานและเลือกซื้อสินค้าภายในงานตลอด 10 วัน

ที่มา : https://www.77kaoded.com/news/thanapat/2400918

‘ปตท.’ มุ่งต่อยอด ‘ขยะ’ สู่วัสดุทดแทนที่มีคุณค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - สอดคล้อง BCG Model

ปตท. มุ่งพัฒนาศักยภาพ 'ขยะ' ต่อยอดเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ร่วมขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ (BCG Model) ของประเทศไทย

จากวัสดุเหลือทิ้ง หรือ ‘ขยะ’ ที่ถูกมองข้าม ปตท. โดยทีมนักวิจัย จากสถาบันนวัตกรรม และ บริษัท เอช จี เนกซ์ จำกัด จับมือร่วมพัฒนาต่อยอดจนได้ทางออกที่สมบูรณ์ให้กับผู้ที่อยากเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นทรัพยากรทดแทนที่มีคุณค่า เติมเต็มช่องว่างของการค้นหาทรัพยากรใหม่ ๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดในปัจจุบัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดพิธีเปิดงานนิทรรศการ ‘Waste is MORE’ โดยมี นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นให้เห็นถึงมิติของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการพัฒนาศักยภาพของ ‘ขยะ’ ที่ถูกมองว่าไร้ค่า ให้กลายเป็นวัสดุทดแทนที่ ‘ไม่ไร้ค่า’ อีกต่อไป โดย ปตท. พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันศักยภาพของนวัตกรรมการวิจัย และการออกแบบของคนไทย ให้เติบโตไปแข่งขันในเวทีระดับโลก ทั้งยังคำนึงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ปตท. ร่วมแก้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 หนุนพนักงาน Work from Home

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.66 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.)  กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่งและปิด ทำให้ฝุ่นละอองสะสมตัวมากขึ้น และส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานของคนไทย เราตระหนักถึงปัญหาจึงมีนโยบายให้พนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, นครราชสีมา, พระนครศรีอยุธยา, ระยอง, ราชบุรี และขอนแก่น ปฏิบัติงานในที่พัก (Work from Home) ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อร่วมลดผลกระทบที่เกิดจากการสัญจร

ทั้งนี้ ปตท. ยึดมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชม และสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) ซึ่งเร็วกว่าที่ประเทศกำหนด ด้วยกลยุทธ์เชิงรุก 'ปรับ เปลี่ยน ปลูก' ปรับกระบวนการผลิต ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการให้ได้สูงสุด เปลี่ยนสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มสัดส่วนการลงทุนโดยมุ่งธุรกิจพลังงานสะอาด อาทิ พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ปลูกป่าเพิ่ม 2 ล้านไร่ โดย ปตท. เป็นแกนหลักในการปลูก 1 ล้านไร่ ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และกลุ่ม ปตท. อีก 1 ล้านไร่ เพื่อเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศด้วยวิธีทางธรรมชาติ

ปตท. พร้อมดำเนินการในทุกมิติเพื่อเป็นส่วนหนี่งในการช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และจะอยู่เคียงข้างคนไทยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กลุ่ม ปตท. ดันเทคโนโลยีดิจิทัล หนุน ศก.สร้างสรรค์ ช่วยขับเคลื่อนเสน่ห์ Soft Power ไทยสู่เวทีสากล

กลุ่ม ปตท. ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ไทย ดันเทคโนโลยีดิจิทัลหนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมส่งออกคอนเทนต์ไทยคุณภาพสู่เวทีสากล จับมือพันธมิตรต่อยอดต้นทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย สนับสนุน ‘ระบบนิเวศสร้างสรรค์’ ผ่านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ได้มาตรฐานสากล รองรับการผลิตคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก เพื่อพัฒนารายได้และคุณภาพชีวิตคนไทย ยกระดับเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.66 นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ซอฟท์พาวเวอร์ (Soft Power) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการแพร่ขยายอิทธิพลทางค่านิยม หรือ วัฒนธรรม ที่นานาประเทศผลักดันให้เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)

ปตท. เล็งเห็นถึงโอกาสของการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว เพื่อรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงานให้พร้อมรับการแข่งขันบนเวทีโลก ด้วยวิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond” จึงจัดตั้งโครงการ Soft Power for Better Thailand ขึ้น เพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับการพัฒนาซอฟท์พาวเวอร์ไทย หรือ 'เสน่ห์ไทย' ที่เกิดจากวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีปฏิบัติอันเป็นภูมิปัญญาของประเทศไทย ที่อยู่ในความสนใจของชาวต่างชาติ ซึ่งนอกจากจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจที่จะสามารถดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพื่อขยายฐานอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Industry) ในประเทศไทย ที่จะช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลังสถานการณ์โรคติดเชื้อ COVID-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกได้อีกทางหนึ่งด้วย

“ปตท. จับมือพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ ทั้งจาก บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) บริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านซอฟท์พาวเวอร์ ผ่านการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย ภายใต้แนวคิด TECH CREATE FUN คือ การนำเทคโนโลยี (TECH) เช่น Virtual Reality, Augmented Reality, Drone และ Metaverse เป็นต้น มาเสริมศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน (CREATE) เช่น ภาพยนตร์ ดิจิทัลคอนเทนต์ หรือ งานศิลปะ เพื่อให้ทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงานและผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีขึ้น (FUN) รวมไปถึงยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ในการจัดกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาซอฟท์พาวเวอร์ไทย ด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากร การสนับสนุนด้านทรัพยากรและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยมียุทธศาสตร์สำคัญในการดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่...

ปตท. หนุนกิจกรรม ‘เดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY 2023’ กระตุ้นคนไทยรักสุขภาพ - กระจายรายได้สู่ภูมิภาค

ปตท. ส่งเสริมสุขภาพคนไทย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนกิจกรรมเดิน-วิ่ง OLYMPIC DAY 2023 ใน 4 จังหวัด

(2 ก.พ. 66) นางกนกพร รอดรุ่งเรือง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมงานแถลงข่าวพร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรม ‘เดิน - วิ่ง OLYMPIC 2023’ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี นายพิชัย ชุณหวชิระ รองประธานกรรมการ โอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬาเพื่อมวลชนและสิ่งแวดล้อม ประธานจัดการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ

ททท.สำนักงานระยอง จับมือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ติวเข้ม ทิศทางส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 ณ โรงแรม อักษร ระยอง เดอะ ไวทัลลิตี้ คอลเล็คชั่น อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในการเปิดการประชุมทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ปี 2566

ซึ่งจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเครือข่ายภาคท่องเที่ยวจังหวัดระยอง มีนายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง นายเอสารัช วรุตมะพงธ์พันธุ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญจังหวัดระยอง ร่วมให้ข้อมูลเพื่อสื่อสารทิศทางและแนวทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ให้เกิดการบูรณาการและขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง

นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก กล่าวว่า แนวทางการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ปี 2566 จะมีการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยว พร้อมทั้งแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวภาพรวมของภาคตะวันออก 4 โครงการหลัก ได้แก่

1.) โครงการ 365 วัน สบ๊าย สบายภาคตะวันออก ส่งเสริมการขายภายใต้แนวคิด เที่ยวไป กินไป สบายพุง ผ่านการเสนอขายกับกลุ่มเป้าหมายสายกิน

2.) โครงการ เที่ยวเมืองรอง สบ๊าย สบาย สไตล์ภาคตะวันออก ผ่านการท่องเที่ยวตามรอยหนัง/ซีรี่ส์

3.) โครงการ Workation วันธรรมดา เสนอขายแพ็คเกจที่พัก คาเฟ่ กิจกรรมท่องเที่ยว ชุมชน ในช่วงวันธรรมดา

4.) โครงการ East at Ease เสนอขายกิจกรรมในรูปแบบ Luxury นำเสนอกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านดนตรี ศิลปะและด้านอาหาร เพื่อเพิ่มความถี่ในการเดินทาง พร้อมทั้งเกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวภาคตะวันออก

วิสาหกิจชุมชนริช 865 จับมือ ทต.บ้านฉาง จัดงานสตรีทฟู้ด ชิม-ช้อปสินค้า OTOP บรรยากาศสุดชิลริมชายหาดพยูน กระตุ้นการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2566 เวลา 17.00 น. ที่บริเวณหาดพยูน ลานหน้าสะพานมังกร หมู่ 4 ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง นายกิติพงษ์ อุระวัฒน์ นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธานเปิดกิจกรรมท่องเที่ยว Landmark บ้านฉางแห่งใหม่ภายใต้งาน "สตรีทฟู้ดแอทหาดพยูน" ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริช 865 เทศบาลตำบลบ้านฉางและผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารในพื้นที่ โดยมีนายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง นำผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านฉาง ร่วมพิธีเปิด
.
ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยเป็นธีมงานไชน่าทาวน์เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนประชาชนที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ผู้ผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่มอาชีพต่าง ๆ ได้มีสถานที่เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายภาครัฐ โดยส่งเสริมชาวบ้านในชุมชนให้มีอาชีพ มีรายได้ เป็นการกระจายรายได้สู่ประชาชนโดยตรง รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าอาหาร Street Food คุณภาพดีราคาเหมาะสมและเป็นการช่วยลดรายจ่ายภายในครัวเรือนด้วย

พัทยาฟื้น! สถานบันเทิงเมืองพัทยากลับมาคึกคัก ยอดนักท่องเที่ยวขยับแล้ว 90% หลังไทยเปิดประเทศ

(ชลบุรี) คึกคักสุด ๆ สถานบันเทิงเมืองพัทยายอดท่องเที่ยว-นักท่องราตรีขยับแล้ว 90% จากมาตรการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำผู้ประกอบการยิ้มร่า เหลือแค่ตลาดจีนเสริมทัพ เชื่อโกยรายได้เข้าประเทศอีกเพียบ ด้านเมืองพัทยาเข้มมาตรการความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 25 มการาคม 2566 นายดำรงเกียรติ พินิจการ เลขานุการสมาคมสถานบันเทิงเมืองพัทยา เผยว่า ขณะนี้สถานบันเทิงในพื้นที่เมืองพัทยาได้เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งนับตั้งแต่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา หลังต้องปิดตัวจากสถานการณ์โควิด-19 นานกว่า 2 ปี

โดยพบว่าขณะนี้ นักท่องเที่ยวหลายชาติได้ทยอยเดินทางเข้าสู่เมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง เช่น อินเดีย ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี และกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งแม้จะไม่ใช่ยอดนักท่องเที่ยวจำนวนมากเหมือนเมื่อครั้งที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ถือว่าสามารถกระตุ้นสถานการณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาได้เป็นอย่างดี

และยังทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้าใช้บริการในสถานบันเทิงต่าง ๆ ของเมืองพัทยา มีประมาณ 80-90% แล้วโดยเฉพาะสถานบันเทิงย่าน Walking Street พัทยา พบว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก

“ดังนั้นทางสมาคมฯ จึงได้เร่งหารือกับ เมืองพัทยาเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการให้ผู้ให้บริการต่าง ๆ จัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรค ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการอำนวยความสะดวกและการดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ซึ่งจะต้องมีกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน”

ม.มหิดล จับมือ อินโนบิก ผลิตซอสจากผัก ทานพอเหมาะ ลดเสี่ยงรับสารก่อมะเร็ง

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ อินโนบิก ผลิตและจำหน่ายซอสจากผัก ภายใต้โครงการวิจัย ‘ซอสซ่อนผัก’ นวัตกรรมทางเลือกเพื่อสุขภาพ

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ร่วมลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย ‘ซอสซ่อนผัก’ และ ‘ซอสซ่อนผักสูตรเด็ก’ นวัตกรรมคิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัย สถาบันโภชนาการ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามิน, แร่ธาตุ เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และใยอาหาร เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว และเด็ก ๆ ที่อาจไม่ชอบรับประทานผักได้มีสารอาหารที่เพียงพอ รวมถึงยังเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพอีกด้วย 

สำหรับงานวิจัย ‘ซอสซ่อนผัก’ นั้น ได้รับการยอมรับโดยได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในต่างประเทศ จากผลการทดสอบในกลุ่มผู้นิยมบริโภคอาหารปิ้งย่าง เพื่อศึกษาการกำจัดสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย ที่มักปนมากับส่วนที่ไหม้เกรียมจากการปิ้งย่าง พบว่าการรับประทานซอสซ่อนผักในปริมาณพอเหมาะ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสารก่อมะเร็งได้อีกด้วย

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เปิดเผยว่า อินโนบิก (เอเซีย) ดำเนินธุรกิจโภชนาการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย และโภชนเภสัช โดยมุ่งเน้นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมดูแลสุขภาพของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ให้มีโภชนาการที่ดีและป้องกันโรคต่างๆ  ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภคตามวิถีชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในอนาคต 

ทั้งนี้ เรื่องโภชนาการถือเป็นสาเหตุหลักของความมั่นคงทางด้านสุขภาพและอาหารที่อินโนบิกให้ความสำคัญ การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่มีศักยภาพด้านการวิจัยอย่าง สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลครั้งนี้ เป็นการต่อยอดนวัตกรรมงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ของคนไทย โดยมีแผนการผลิตซอสสูตรต้นตำรับและสูตรสำหรับเด็กที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย นำร่องจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรจุในรูปแบบซอง ตั้งเป้าออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 เพื่อเพิ่มทางเลือกการทานอาหารให้กับคนไทยทุกวัย ให้ได้รับประโยชน์ ถูกปาก และสะดวกต่อการรับประทาน อีกทั้งวัตถุดิบในการผลิตซอสซ่อนผักนั้น ยังเป็นผลผลิตจากเกษตรกรไทย ถือเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย

รองศาสตราจารย์ ดร. ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลงานวิจัย ‘ซอสซ่อนผัก’ โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ทพญ. ดุลยพร ตราชูธรรม อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล เกิดจากโจทย์วิจัยว่า ปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมส่วนใหญ่กินผักผลไม้ไม่เพียงพอ คือ กินผักผลไม้ไม่ถึง 5 ส่วนต่อวันหรือไม่ถึง 400 กรัมต่อวัน ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ จากผลสำรวจพบว่ามีคนไทยเพียงประมาณ 4 ใน 10 คน ที่กินผักผลไม้เพียงพอตามเกณฑ์แนะนำในแต่ละวัน ขณะที่เด็กวัยเรียนเพียง 2-3 คน จาก 10 คนเท่านั้นที่กินผักและผลไม้เพียงพอ ซึ่งการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมากินผักผลไม้มากขึ้นเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก การนำผลิตภัณฑ์อาหารที่คนนิยมรับประทานอยู่แล้วมาพัฒนาต่อยอด เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ดังเช่น ในรูปของซอสที่สามารถรับประทานได้กับอาหารประเภทต่าง ๆ ได้หลากหลาย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไม่ชอบกินผัก โดยเฉพาะเด็กเล็ก หรือผู้สูงวัยที่มีปัญหาการบดเคี้ยว ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างความร่วมมือของสถาบันโภชนาการกับภาคเอกชน เพื่อทำให้ผลงานการวิจัยด้านอาหารและโภชนาการสามารถขยายผลสู่วงกว้าง เข้าถึงประชาชนคนไทยได้ง่ายขึ้น

ขยายความเจริญ!! 'ลุงหนู' ไฟเขียว!! ร่างงบฯ ปี 67 แตะ 2.44 แสนล้านบาท ดันเมกะโปรเจ็กต์ หนุนแผนระบบขนส่งคมนาคม

‘อนุทิน’ นั่งหัวโต๊ะไฟเขียวร่างงบประมาณปี 67 กว่า 2.44 แสนล้านบาท ดันโครงการเมกะโปรเจ็กต์ หนุนแผนระบบขนส่งคมนาคม เร่งสรุปผลงบประมาณรายจ่าย ชงสำนักงบประมาณภายใน 27 ม.ค.นี้

24 ม.ค. 2566 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คณะที่ 3.2 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างคำของบประมาณบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ จำนวน 108 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 244,505.6705 ล้านบาท โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันของ 7 กระทรวง 26 หน่วยงาน

ทั้งนี้แบ่งเป็น เป้าหมายที่ 1 จำนวน 11 หน่วยงาน สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.)กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.)กรมเจ้าท่า (จท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) (กรมการขนส่งทางราง (ขร.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) (การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รวม 88 โครงการ วงเงิน 243,660.1700 ล้านบาท คิดเป็น 99.65% มีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M6 บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี โครงการทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1065 สาย อ.พรานกระต่าย-พิษณุโลก

โครงการพัฒนาทาง และสะพานโครงข่ายทางหลวงชนบท สนับสนุนด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย โครงการศูนย์ขนส่งชายแดน จ.นครพนม โครงการปรับปรุงท่าอากาศยาน 16 แห่ง โครงการทางพิเศษ (ด่วน) สายกระทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต โครงการทางหลวงพิเศษฉลองรัช ส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ-ลำลูกกา โครงการออกแบบรายละเอียดงานโยธาโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เป็นต้น

สำหรับป้าหมายที่ 2 จำนวน 15 หน่วยงาน (จท.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานสภาพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์/กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ/กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน/สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ม.พะเยา ม.เชียงใหม่ ม.บูรพา และ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รวม 20 โครงการ วงเงิน 845.5005 ล้านบาท คิดเป็น 0.35% มีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนเพื่อรองรับงาน NSW

ปชช.แปดริ้ว แห่ซื้อของไหว้รับตรุษจีน แม่ค้ายันขายราคาเดิมเท่าสารทจีนปีที่แล้ว

(ฉะเชิงเทรา) ไก่แปดริ้วตัวละ 450 หัวหมูราคา 700 ด้านแม่ค้ายันขายราคาเดิมเท่าช่วงเทศกาลสารทจีนเมื่อปีที่แล้ว เหตุจากของแพงขึ้นตามราคาสินค้าที่ขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะ ส.ส.หนุ่มเมืองแปดริ้วควงภรรยาเดินจ่ายตลาด พร้อมอวยพรปีใหม่ให้ชาวไทยเชื้อสายจีน “เฮง เฮง รวย รวย” ยันพร้อมลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.รับใช้ประชาชนอีกสมัยในนามพรรคภูมิใจไทย

วันที่ 20 ม.ค.66 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ต่างพากันออกมาจับจ่ายตลาด ซื้อสินค้าเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีน ภายในตัวเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จนทำให้การสัญจรบนถนนหลายเส้นทางติดขัดแน่นไปทั่วทั้งเมือง โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งหน้าไปยังตลาดสดบ่อบัว ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ที่มีประชานชนออกมาเดินจับจ่ายซื้อสินค้ากันอย่างเนืองแน่น ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืด

ขณะที่ราคาสินค้าเครื่องเซ่นไหว้นั้น มีราคาขายค่อนข้างสูงจนดูแพงผิดหูผิดตาไปจากในอดีตมาก เช่น ราคาหัวหมู (สุกร) ต้มสุกนั้นมีวางจำหน่ายกันในราคาหัวละ 700 บาท ส่วนราคาเนื้อไก่ที่ขายกันแบบยกทั้งตัวนั้น ราคาไก่บ้านตัวละ 400 – 450 บาท ส่วนราคาไก่เนื้อตัวละ 220 บาท ขณะที่ร้านค้าในตลาดเดียวกันบางร้านได้มีการปิดป้ายขายไก่เนื้อในราคาตัวละ 150 บาท และไก่บ้านในราคา 170 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกลงว่ากันมาก โดยที่ ปชช.ไม่ทราบว่าวัตถุดิบนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร ขณะที่ราคาผักและผลไม้นั้นยังคงวางขายกันในราคาปกติที่ไม่สูงมากนัก

ปตท. ผุด ‘on-ion’ สถานีชาร์จไฟรถยนต์ EV เต็มรูปแบบ นำร่อง 17 สาขา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

ออน-ไอออน เปิดให้บริการสถานีชาร์จไฟ EV ด้วยพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 17 สาขา พร้อมเชื่อมต่อความสุข ให้ทุกการเดินทางไม่สะดุด ด้วยจุดบริการทั่วไทย

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 66) นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ร่วมพิธีเปิดให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน (on-ion EV Charging Station) ในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พร้อมให้บริการชาร์จไฟแก่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด เชื่อมต่อความสุข เดินทางไม่สะดุด จุดบริการทั่วไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 

on-ion EV Charging Station พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 17 สาขาได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัลบางนา, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล วิลเลจ สุวรรณภูมิ, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล อุดรธานี, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล ศาลายา, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล พระราม 3 และ เซ็นทรัล พระราม 9 และพร้อมให้บริการอีก 20 สาขาทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้ 

พาณิชย์จันทบุรี จัดจำหน่ายสินค้าตามโครงการพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน ปี 2565 งวดที่ 1

วันที่ 17 มกราคม 2566 นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ พาณิชย์จังหวัดจันทบุรี มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่กำกับดูแลความเรียบร้อยในการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้า “พาณิชย์...ลดราคา! Mobile ทั่วไทย Lot 20 (ภูมิภาค) จังหวัดจันทบุรี” ตามโครงการพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน ปี 2565 งวดที่ 1 จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพมากกว่า 80 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 80%

โดยมีสินค้าไฮไลท์ที่จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ได้แก่ หมูเนื้อแดง กิโลกรัมละ 160 บาท น่องไก่ติดสะโพก กิโลกรัมละ 65 บาท ไข่ไก่ เบอร์ M แผงละ 95 บาท และน้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 20 บาท จัดจำหน่ายระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 - 2 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 17.00 น. วันละ 8 จุด จุดละ 3 วัน รวม 160 จุด ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอ ของจังหวัดจันทบุรี โดยในวันนี้จัดจำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอท่าใหม่

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ร่วมงานแถลงข่าวการจำหน่ายสินค้าในเทศกาลตรุษจีน ตามโครงการพาณิชย์ลดราคา LOT 23 ตรุษจีนปีกระต่ายทอง ปี 2566

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 66 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด และผู้ประกอบการค้า จังหวัดตราด ร่วมงานแถลงข่าวการจำหน่ายสินค้าในเทศกาลตรุษจีน ตามโครงการพาณิชย์ลดราคา! LOT 23 ตรุษจีนปีกระต่ายทอง ปี 2566 ผ่านระบบ Zoom Meeting ณ ตลาดสดซอยไร่รั้ง อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน

โดย จังหวัดตราด ได้มีผู้ประกอบการค้าในตลาดสดซอยไร่รั้ง บริษัทสยามแมคโคร จำกัด (มหาชน) สาขาตราด บริษัท เอก–ชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด สาขาตราด เข้าร่วมโครงการฯ จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ที่คนไทยเชื้อสายจีนใช้สำหรับการไหว้เจ้า เช่น ไก่ต้มสุกรวมเครื่องใน, ไก่สด, ชุดไหว้ตรุษจีน, ผลไม้ และอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 - 20 มกราคม 2566 เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน รวมทั้งกระตุ้นการบริโภคสินค้าและบริการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศ


© Copyright 2022, All rights reserved. Eec Time Thailand
Take Me Top